5 เรื่องของ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Bermuda-Triangle-Map

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เป็นบริเวณลึกลับในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีเครื่องบินและเรือหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยไปเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันนี้ ในแต่ละปีจะมีเรือและเครื่องบินหายสาบสูญไปอย่างลึกลับอย่างน้อย 20 ลำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรือเดินทางจำนวนมากที่แล่นผ่านบริเวณนี้ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีคนเชื่อด้วยว่าในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า น่าจะเป็นอาณาเขตที่เมืองแอตแลนติสจมอยู่ใต้น้ำเพียงแต่ในตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถหามันจนพบ

ในปัจจุบันมีทีมสำรวจอิสระหลายทีมที่กำลังค้นคว้าหาคำตอบถึงปริศนาต่างๆในบริเวณน่านน้ำแห่งนี้ สำหรับในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวอันน่าสนใจที่หลายท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อนมาให้ได้อ่านกัน

1.คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส คือนักสำรวจคนแรกในโลกที่ค้นพบสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

การเดินทางของเขาทำให้เขาได้ค้นพบกับหมู่เกาะและดินแดนใหม่มากมายและสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าก็คือหนึ่งในนั้น เพียงแต่เขาไม่ได้เป็นคนตั้งชื่อให้มัน คนที่ตั้งชื่อ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” คือนักเขียนชื่อว่า วินเซ็นต์ แกดดิส

จากบันทึกของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พบว่าในขณะที่แล่นเรือเข้ามาในบริเวณน่านน้ำแห่งนี้เขาได้เห็นลูกไฟลูกมหึมา ซึ่งต่อมาพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ได้อ่านบันทึกก็สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นลูกอุกกาบาต

2.หมอกไฟฟ้ามีอยู่จริงในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

พูดถึงหมอกไฟฟ้าฟังดูเหมือนอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มีพวกนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่ามันมีอยู่จริง โดยมันจะเป็นหมอกสีเทาที่เข้าไปห้อมล้อมเครื่องบินและเรือ และจะรวมตัวกันเป็นหมอกก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งล้อมยานพาหนะเอาไว้ซึ่งจะทำให้ยานพาหนะเสียการควบคุมและลอยไปตามหมอก แถมยังทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดใช้งานไม่ได้ โดยมีนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันชื่อว่า “John Hutchison” สามารถจำลองอะไรที่คล้ายหมอกไฟฟ้าขึ้นมาในห้องแลปของเขาได้

3.นักบินบางคนเชื่อว่าการหายตัวไปอย่างลึกลับน่าจะเกิดจากการเดินทางข้ามเวลา

เป็นที่รู้กันว่าในบริเวณนี้มีเรือและเครื่องบินสูญหายหรือจมอยู่ใต้น้ำเป็นจำนวนมาก และก็มีอีกทฤษฏีหนึ่งเกี่ยวกับการสูญหายของเรือและเครื่องบินอย่างไร้ร่องรอยมันก็คือการเดินทางข้ามเวลานั้นเอง ฟังดูเว่อร์แต่มีคนเชื่อเรื่องนี้กันเยอะมากเช่นเดียวกับเรื่องหมอกไฟฟ้า

โดยนักบินบางคนที่เคยติดอยู่ในหมอกไฟฟ้าสังเกตุว่าหลังจากที่หลุดออกมาจากหมอกได้สำเร็จ เมื่อเช็คดูนาฬิกาเขาก็พบว่าเครื่องบินเดินทางเป็นระยะทางที่ไกลกว่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าอาจจะมีแรงลมมาช่วยก็เถอะ โดยเขาเชื่อว่าเจ้าหมอกไฟฟ้านี่แหละที่ทำให้เดินทางข้ามเวลาได้

4.เชื่อกันว่ากระแสน้ำกัลฟ์สตรีมที่พักซากเรือและเครื่องบินลอยหายไป

เป็นอีกทฤษฏีที่ยอมรับได้ถึงสาเหตุที่ไม่สามารถหาซากเรือและเครื่องบินที่หายไปได้ครบทั้งหมดทุกลำ เพราะในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามีกระแสน้ำกัลฟ์สตรีมไหลผ่านตลอดเวลา ทันที่ที่เครื่องบินตกเศษซากทั้งหลายจะโดนน้ำพัดจนกระทั่งลอยออกไปในมหาสมุทร นอกนั้นเจ้ากระแสน้ำกัลฟ์สตรีมยังสามารถทำให้เกิดพายุขึ้นมาแบบกระทันหันได้อีกด้วย

 5.ในขณะที่เรากำลังอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเข็มทิศจะพยายามชี้ไปทางทิศเหนือจริงเท่านั้น

ทิศเหนือจริง (True north) มันจะเป็นคนละมุมกับทิศเหนือแม่เหล็ก (Magnetic North) ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าทำไมเข้มทิศถึงได้มีอาการแปลก จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ขึ้นออกขึ้นได้ว่าในพื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามันน่าจะเป็นบริเวณพิเศษที่มีทิศเหนือแม่เหล็กและทิศเหนือจริงเกิดขึ้นในที่เดียวกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งซึ่งเป็นเหตุทำให้เรือและเครื่องบินหลงทางได้