10 ความลับเบื้องหลังของร้านหนังสือที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

book store

ใครจะไปรู้ว่าเกิดเรื่องราวมากมายในร้านหนังสือที่เราเข้าอยู่เป็นประจำ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ลูกค้าและหนอนหนังสือจำนวนมากไม่เคยรู้มาก่อนว่าตลอดเวลาที่เปิดร้านพวกพนักงานและเจ้าของร้านหนังสือจะต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง ในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

1.พวกเขาอยากให้คุณถาม – อันที่จริงแล้วพนักงานร้านหนังสือทุกร้านอยากให้คุณถามเขาว่าช่วยแนะนำหนังสือหน่อยได้ไหม  ซึ่งในความจริงแล้วคำถามนี้เป็นคำถามปกติ สามารถถามได้โดยไม่ต้องกลัวใครจะหาว่าคุณแปลกเลยสักนิดเดียว อันที่จริงเป็นคำถามที่เจ้าของร้านหนังสือและพนักงานชอบมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป

2.แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีพลังวิเศษหรอกนะ – เพราะถ้าหากว่าคุณถามหาหนังสือบางเล่มแต่ว่าไม่รู้ชื่อผู้เขียน และไม่รู้ชื่อหนังสือและไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรเลยด้วยซ้ำ เขาก็หาหนังสือให้คุณไม่ได้หรอกอันที่จริงพวกพนักงานเองก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง และแน่นอนว่าหลายครั้งที่หาหนังสือเจอแต่จะพบว่าลูกค้าจำชื่อเรื่องผิด!!

3.พวกเขาดูออกว่าลูกค้าคนไหนเป็นหนอนหนังสือ – โดยพนักงานร้านหนังสือคนหนึ่งกล่าวว่า ยิ่งถ้าเป็นลูกค้าที่กำลังดูหนังสือทำอาหารจะยิ่งดูออกได้ง่าย เพราะรูปแบบลักษณะท่าทางตอนที่ลูกค้ากำลังยืนอ่านหนังสือ , วิธีจับหนังสือ และวิธีที่พวกเขามองไปยังหนังสืออยู่นั้นจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเขากำลังจะซื้อหรือไม่ หรือว่าแค่หยิบหนังสือมาดูเล่นเฉยๆ

4.บางครั้งลูกค้าบางคนก็พยายามโกง – มันจะมีอยู่หลายครั้งที่ลูกค้าบางคนซื้อหนังสือไป 1-2 เล่มแล้วภายในสองสัปดาห์ต่อมาก็พยายามเอาหนังสือมาคืนโดยอ้างว่า ซื้อหนังสือไปผิดเล่มโดยที่พนักงานดูออกว่าหนังสือโดนอ่านไปเรียบร้อยแล้ว สภาพก็ไม่ต่างจากหนังสือมือสองเลย

5.เป้าหมายคือการวางหนังสือลงในมือของคุณ – บางครั้งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือส่งหนังสือให้ลูกค้าลองสัมผัสและเปิดอ่านดู โดยพนักงานบอกว่า “เราสามารถนำทางลูกค้าให้ไปหาหนังสือได้ แต่นั่นเป็นแค่ขั้นตอนเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น” มันสำคัญมากที่จะต้องหยิบหนังสือส่งให้ลูกค้าเพื่อสร้างความรู้สึกว่าพวกเขาได้เป็นเจ้าของมันแล้ว และพวกลูกค้าก็มักจะพูดว่าพวกเขาชอบรูปเล่มของหนังสือและกลิ่นของมัน

6.การมืร้านกาแฟอยู่ในร้านหนังสือนั้นเป็นกลยุทธ์ที่เด็ดมาก – หลายคนคงเคยสังเกตุว่าร้านหนังสือใหญ่ๆหลายร้านมักจะมีร้านกาแฟอยู่ในนั้นด้วย โดยวิธีที่ได้ผลที่สุดในต่างประเทศคือให้เอาร้านกาแฟไปตั้งอยู่ท้ายสุดของร้านหนังสือ หรือถ้าร้านหนังสือเป็นตึกที่มีหลายชั้นก็ให้เอาร้านกาแฟไปตั้งที่ชั้นบนสุดของร้านมันจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจอยู่ในร้านนานมากขึ้น

7.อันที่แล้วแผงหนังสือเด็กนั้นก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของร้านด้วยเช่นกัน – ร้านหนังสือจะเอาแผงหนังสือสำหรับเด็กไปไว้หลังร้านเสมอและกว่าผู้ปกครองจะเดินเข้าไปถึงหลังร้านพวกเขาก็จะต้องเดินผ่านหนังสือจำนวนมากที่เรียงรายอยู่ระหว่างทาง โดยทางร้านหวังว่าผู้ปกครองจะได้เห็นหนังสือที่ถูกใจ

8.สำนักพิมพ์ต้องจ่ายเงินเพื่อขอให้ทางร้านเอาหนังสือไปโปรโมทที่หน้าร้าน – โดยเฉพาะพวกหนังสือที่ถูกจัดในหมวดหนังสือขายดี บางเล่มมันไม่ได้ขายดีมาตั้งแต่แรกแต่มันขายได้เพราะสำนักพิมพ์ยอมจ่ายเงินให้กับร้านเพื่อเอาหนังสือใหม่ของพวกเขาไปวางรวมอยู่ในกลุ่มหนังสือขายดี

9.ไม่มีนักเขียนคนไหนอยากให้หนังสือของตัวเองถูกเอาไปวางในหมวดสังคมวิทยา – เพราะอันที่จริงแล้วหนังสือที่ถูกเอาไปวางขายในหมวดนี้ คือหนังสือที่มีชื่อเรื่องที่ “คลุมเครือ” จนทางร้านไม่รู้จะเอาไปวางไว้ในแผงไหนดีถ้าหนังสือเล่มไหนถูกพนักงานจัดให้อยู่ในหมวดนี้ก็เตรียมเจ๊งได้เลย

10.หนังสือที่ถูกขโมยมากที่สุด – จากสถิติของร้านหนังสือในเมืองโทรอนโตของประเทศแคนาดาพบว่า หนังสือที่ถูกขโมยมากเป็นอันดับที่หนึ่งเลยคือคัมภีร์ไบเบิล ตามมาด้วยอันดับที่สองคือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่ง (มังงะ) อันดับที่สามคือตำราแพทย์ราคาแพง นอกนั้นก็ยังมีนิยายขายดีที่แต่งโดยนักเขียนชาวญี่ปุ่นชื่อว่า “Haruki Murakami” ซึ่งถูกขโมยเป็นประจำซึ่งทางร้านจะไม่เอานิยายมาวางที่แผงแต่จะรอให้ลูกค้าถามหาเอง